Categories
Education

การศึกษากับไอซีทีในมาเลเซีย

มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่นำไอซีทีมาใช้ในการศึกษาอย่างจริงจัง ไม่กี่วันมานี้มาเลเซียประกาศใช้บริการ Google Apps for Education และใช้โน๊ตบุ๊ค Google Chromebook กับครูนักเรียนทั่วประเทศกว่า 10 ล้านคน !

Google Apps เป็นโปรแกรมที่ให้บริการผ่านระบบคลาวด์ของ Google มีตั้งแต่โปรแกรม Office ทั่วไป (Word, Spreadsheet, PowerPoint, Drawing, MindMap) มีพื้นที่และระบบจัดเก็บไฟล์ในคลาวด์ (G00gle Drive) ซึ่งสามารถเชื่อมโยงมายัง PC Notebook หรือ Tablets ของเราได้ มีระบบอีเมล์ GMail ที่มีพื้นที่ให้มากมาย จนไม่ต้องลบอีเมล์ทิ้งเลยก็ได้ และถ้าอยากสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง ก็ใช้บริการ Google Sites ได้เลย

ข้อเด่นของ Google Apps for Education คือ ฟรี! ไม่ต้องมีคนไอทีคอยดูแลระบบ เพราะระบบมันอยู่ที่ Google ซึ่งมีคนดูแลตลอดเวลา 24 ชม.เลย ไม่ต้องคอยอัปเกรดระบบ รวมทั้งโปรแกรมต่างๆที่ให้บริการด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้านำโปรแกรมต่างๆ ที่ Google ให้บริการฟรี มาใช้ในการศึกษา ก็จะช่วยลดปัญหาการจัดการและเพิ่มประสิทธภาพในการบริหารโรงเรียนได้ และถ้านำมาประยุกต์เข้ากับกระบวนการเรียนการสอนด้วยแล้ว นักเรียนก็จะได้ประโยชน์มากมาย เช่น ทำเว็บไซต์ส่วนตัว ทำเว็บ wiki ในวิชาต่างๆ ทำงานร่วมกันหรือประชุมพูดคุยผ่านระบบออนไลน์

คุณครูก็จะทำงานง่ายขึ้น เป็นระบบมากขึ้น เช่นทำระบบจัดเก็บคะแนนและตัดเกรดเด็ก ทำระบบเช็คชื่อ ระบบติดตามการบ้าน โครงงาน หรือการเรียนในภาพรวมทุกๆวิชาก็ได้ ไม่เฉพาะครูที่ได้ประโยชน์ พ่อแม่ของเด็กๆ ก็สามารถติดตามการเรียนของลูกๆ ตัวเองแบบออนไลน์ได้ด้วย ทำให้ครูกับผู้ปกครองใกล้ชิดกันมากขึ้น ร่วมกันพัฒนาการศีกษาให้เด็กๆ ได้ดีขึ้น

Google Chromebook ? ทำไมไม่ใช้แท็บเล็ตเหมือนเมืองไทย น่าคิด ! ดูเหมือนว่าจะไม่ได้แจกเด็กทุกคน แต่มีให้ใช้เพียงพอในห้องเรียน (มาแทนที่ PC มากกว่า) Chromebook เป็นโน๊ตบุ๊ก ขนาดเบากินไฟน้อย ใช้ระบบปฎิบัติการ Chrome OS ซึ่งเน้นในการติดต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต เปิดเครื่องมาก็เข้าสู่บราวเซอร์เลย แอปพลิเคชันส่วนใหญ่มักออนไลน์ หรือไม่ก็สามารถเล่นออฟไลน์ได้ แล้วเชื่อมต่อข้อมูลเมื่อเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ในภายหลัง

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ จริงๆ Google บุกตลาดการศึกษา ก็ไม่ต่างที่ Microsoft เคยทำ คือปลูกฝังให้ใช้บริการ โปรแกรม อุปกรณ์ต่างๆ จาก Google เพื่อมัดใจในระยะยาว แต่ที่ต่างกันมากๆ น่าจะเป็นเรื่องของโมเดลการทำธุรกิจ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา Google เกือบจะให้ฟรีทั้งหมด เพื่อแลกกับธุรกิจโฆษณาของ Google มันก็คล้ายๆ กับระบบฟรีทีวีในบ้านเรานั่นเอง ระบบนี้น่าจะ win win ทั้งสองฝ่าย และมันคงดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วคาดหวังว่าการศึกษามันจะพัฒนาไปได้เอง

 

 

Categories
Education Programming Scratch

ทำไมเด็กๆ ควรเรียนเขียนโปรแกรม

“ทุกๆ คนในประเทศนี้ ควรเรียนการเขียนโปรแกรม เพราะมันสอนให้คุณคิดเป็น” Steve Jobs

ในวีดีโอ จะเห็นเด็กเล็กๆ เค้าก็ได้เรียน Scratch กัน อยากเห็นเด็กไทย ได้เรียน Scratch กันบ้าง ถ้าทำได้ทุกโรงเรียนก็คงดีไม่น้อย

อ่านต่อที่ Code.org

Categories
Education

หลักสูตรด้านเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรมในโรงเรียนมัธยม

หลักสูตรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ เกิดขึ้นมากมายในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับกับความต้องการแรงงานที่สูงมากในสายวิชาชีพเหล่านี้ แต่เสียงสะท้อนจากบริษัทต่างๆ จับใจความได้ว่า เหล่าบัณฑิตจบใหม่ยังไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของบริษัทได้ ทำให้บริษัทต้องเสียเวลาและงบประมาณ ในการอบรมเพิ่มทักษะให้กับพนักงานกันใหม่ตั้งแต่ต้น

ประเด็นของปัญหานี้ อาจต้องย้อนกลับไปสู่การเรียนการสอน ในระดับก่อนเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เนื่องจากเด็กๆ ที่อยากเรียนในหลักสูตรเหล่านี้ อาจมองไปถึงการจบมาแล้วมีงานทำ เงินเดือนสูงๆ แต่พื้นฐานความรู้และทักษะของเด็กอาจไม่เหมาะหรือไม่พร้อม ที่จะเรียนหลักสูตรเหล่านี้

ปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้เกิดในประเทศไทยที่เดียว อย่างในอเมริกาก็ประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ส่งผลให้เกิดแนวคิดหลายๆ ทางเพื่อจะปิดช่องว่างระหว่างความต้องการแรงงานที่สูงในด้านเทคโนโลยี กับความพร้อมของหลักสูตรที่รองรับ แนวทางหนึ่งในนั้นเช่น นาย Bloomberg นายกเทศมนตรีรัฐนิวยอร์ก ให้ความสำคัญกับหลักสูตรด้านเทคโนโลยี ที่เด็กในระดับมัธยมควรได้เรียน จึงเสนอหลากหลายหลักสูตรในด้านเทคโนโลยี ให้กับโรงเรียนนำร่องที่ถูกคัดเลือกมาแล้ว (ก่อนจะขยายในปีถัดๆ ไป) หลักสูตรดังกล่าว เช่น การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (computer programming), หุ่นยนต์ (robotics), โปรแกรมฝังในอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ (embedded electronics), การออกแบบและการเขียนโปรแกรมเว็บ (web design and programming), และการทำโปรแกรมบนโทรศัพท์มือถือ (mobile computing) เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Engadget) โดยคาดหวังจะเพิ่มแรงงานด้านนี้มากขึ้น และเตรียมความพร้อมของเด็กที่จะเข้าเรียนเชิงลึกด้านเทคโนโลยี ในระดับมหาวิทยาลัย

ในเมืองไทยยังไม่มีหลักสูตรด้านเทคโนโลยี ที่ชัดเจนในระดับโรงเรียน บางโรงเรียนที่มีความพร้อม ก็เสนอเป็นหลักสูตรเสริมเท่านั้น ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของแรงงานด้านนี้ อาจประสบปัญหาอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อเราจะเปิดประตูสู่อาเซียน !

Categories
Education Physical Computing

Physical Computing

Physical Computing เกี่ยวกับอะไร ถ้าตอบแบบกว้างๆ ก็คือ การสร้างระบบหรืออุปกรณ์เครื่องมือ (Hardware) ที่สามารถโปรแกรม (Software) เพื่อติดต่อและโต้ตอบกับโลกภายนอกได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ทีวี ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ฯลฯ

การสร้างอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยตัวเองอาจดูไกลเกินไป แต่ถ้าปรับระดับลงมา ประมาณบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กๆ พอที่เด็กๆ น่าจะเล่นได้ ก็กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดโปรเจก Arduino ขึ้นมา แล้วได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการศึกษา

Arduino เป็นระบบเปิด (Open source) ทั้งตัวอุปกรณ์ (Hardware) และโปรแกรมที่ใช้ (Software) ตัวอุปกรณ์สามารถทำได้เอง หรือจะซื้อ ราคาก็ไม่แพง ความรู้ ตัวอย่าง และข้อมูลก็มีมากมายในเว็บ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

เมื่อมองในแง่การศึกษา เราสามารถส่งเสริมให้เด็กๆ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่ใช้ Arduino เป็นเครื่องมือหนึ่งพร้อมทั้งเขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน การทำโครงงานจะทำให้เด็กๆ ได้ฝึกแก้ปัญหา และทำงานอย่างเป็นระบบ ได้เรียนรู้แบบบรูณาการ ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ที่เรียนมา ผสมผสานกับเทคโนโลยี และการเขียนโปรแกรม

Arduino ยังนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย ตามแต่จินตนาการ เช่น นำไปช่วยควบคุมการรดน้ำต้นไม้ ทำเป็นเครื่องประดับติดตามเสื้อผ้า หรือของตกแต่งบ้านก็ได้ ประเด็นสำคัญคือ อุปกรณ์เหล่านี้ใกล้ตัวเรามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเรียนมาเฉพาะด้านเพื่อใช้งานมัน

เมื่อมองไปในอนาคตอันใกล้ เด็กรุ่นใหม่ น่าจะสามารถคิด จินตนาการ แล้วก็ลงมือสร้างสิ่งที่คิดเหล่านั้น ใส่ความพยายามเข้าไปสักหน่อย พวกเขาก็จะสามารถแสดงออกทางความคิดสู่สิ่งประดิษฐ์ ได้อย่างไม่ยากเย็น

Categories
CS Unplugged Education

Computer Science Unplugged

ปัจจุบันนี้คนเราเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ที่โรงเรียน เกือบจะทุกที่ก็ว่าได้ ที่สำคัญคือเราใช้มันอยู่ทุกวัน แต่จะมีใครสนใจไหมว่ามันทำงานอย่างไร มันคิดได้อย่างไร และเราทำให้มันเร็วขึ้นดีขึ้นได้อย่างไร วิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) เป็นศาสตร์ที่น่าหลงใหลที่เข้าไปสำรวจปัญหาเหล่านี้ หลายคนคงคิดว่าเรื่องราวในศาสตร์นี้ ไม่น่าจะเข้าถึงได้กับคนทั่วไป หรือกับเด็กๆ แต่ความเป็นจริง เราสามารถเรียนรู้เข้าใจ กลไกต่างๆ ในความซับซ้อนของเจ้าคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องใช้มันเลยก็ได้ !

เว็บไซต์ Computer Science Unplugged และ คู่มือสำหรับครู มีข้อมูล แหล่งเรียนรู้ และกิจกรรมมากมาย ให้ครูหรือผู้ปกครองนำไปถ่ายทอดให้กับเด็กๆ ได้ เนื้อหาส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้ใช้ได้กับทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์

มีกิจกรรมหลายอย่างที่กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน แต่แอบฝีกทักษะการสื่อสาร การแก้ปัญหา การใช้ความสร้างสรรค์ และการคิดอย่างเป็นระบบ ในกิจกรรมที่กำลังทำกันอยู่ อย่างไรก็ตาม หลายๆ กิจกรรม ต้องอาศัยคณิตศาสตร์อยู่บ้าง ถ้าผู้ใหญ่ลืมๆ ไปบ้างแล้ว อาจต้องปัดฝุ่นกันหน่อย

ข้อมูลต่างๆ จากหนังสือและในเว็บไซต์นี้ ได้จากประสบการณ์ตรงในห้องเรียน ทั้งจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และในโรงเรียน ประสบการณ์ของพวกเขาทำให้รู้ว่า บ้างครั้งการใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างการสอนแนวคิดต่างๆ กับกลายเป็นอุปสรรค จึงเป็นที่มาของหนังสือและเว็บไซต์นี้ “Computer Science Unplugged” (ถอดปลั๊กมันซะเลย!)