โลกของเกม 3 มิติ ใน Kodu

Kodu มีสภาวะแวดล้อมเป็นแบบ 3 มิติ ที่สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ในเกมได้ด้วยเมาส์ (ในโหมดการเคลื่อนที่ของกล้อง รูปมือด้านล่างของโปรแกรม) มุมบนซ้ายของโปรแกรม แสดงการใช้เมาส์ในการสำรวจโลกของเกม 3 มิติ  หรืออีกวิธีหนึ่ง คือใช้เกมแพด (ความเห็นส่วนตัว รู้สึกว่าง่าย สะดวกรวดเร็วกว่าการใช้เมาส์) มุมบนซ้ายของโปรแกรม จะแสดงการใช้เกมแพดแทน จากรูปด้านบน การสร้างเกมใน Kodu ต้องสร้างพื้นที่ (Terrain) สำหรับเล่นเกม (พื้นที่สีเขียวล้อมด้วยสีส้ม) และตัวละคร หรือวัตถุต่างๆ ซึ่งบางตัวอาจอยู่นิ่งๆ (ต้นไม้ ผลแอปเปิ้ล) เป็นวัตถุหรือส่วนประกอบของสภาวะแวดล้อมในเกม บางตัวเคลื่อนที่ได้ แสดงแอนิเมชั่นได้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นตัวละครหลัก (ตัวละคร Kodu) มีบทบาทในเกม นอกจากตัวละครกับพื้นที่แล้ว สิ่งที่เพิ่มสีสันให้กับสิ่งแวดล้อมในเกมได้ ก็คือแสง สี เสียง แต่ใน Kodu ไม่ได้เน้นมากนักเหมือนในโปรแกรมสร้างเกมระดับมืออาชีพ แต่เท่าที่มีก็น่าจะเพียงพอแล้ว เกมแบบ 3 มิติ เหมือน Kodu จะมีลักษณะการสร้างคล้ายๆ กัน คือเริ่มจากสร้างพื้นที่ในการเล่นเกม พื้นที่สามารถปรับแต่งรูปร่างสูงต่ำได้ เปลื่ยนพื้นผิวได้ และเหมือนจะลอยอยู่กลางอากาศถ้าเราซูมออกมา (สังเกตพื้นที่ในรูปด้านบน) แต่เวลาเราเล่นเกมจริงๆ ภาพที่ได้จะเป็นภาพซูมเข้าไปข้างในพื้นที่ ในสิ่งแวดล้อมของเกมที่สร้างขึ้น เมื่อเราได้พื้นที่เล่นเกมแล้ว ก็ได้เวลาใส่ตัวละครและวัตถุต่างๆ ลงไป ตัวละครและวัตถุใน Kodu …

Advertisements

การเรียนการสอนแบบ Flipped Classroom

Flipped Classroom เป็นการจัดการเรียนการสอนที่สวนทางกับสิ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน โดยให้นักเรียนศึกษาความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ตนอกห้องเรียน นอกเวลาเรียน ส่วนในห้องเรียนจะเป็นการจัดกิจกรรม นำการบ้านมาทำในห้องเรียนแทน วิธีนี้เด็กมีเวลาดูการสอนของครูผ่านวีดีโอออนไลน์ ดูกี่ครั้งก็ได้ เมื่อไรก็ได้ สามารถปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนหรือครู ด้วยโปรแกรมสนทนาออนไลน์ก็ได้  ในห้องเรียนครูให้นักเรียนทำงานที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ดูผ่านวีดีโอ เพื่อทำความเข้าใจหลักการความรู้ผ่านกิจกรรม โดยครูจะเป็นผู้ให้คำแนะนำเมื่อเด็กมีคำถาม หรือติดปัญหาที่แก้ไม่ได้ หลักการของ Flipped Classroom ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา บวกกับการจัดกิจกรรมในห้องเรียน เนื่องจากเวลาในห้องเรียนมีจำกัด การที่จะให้นักเรียนเข้าใจในหลักการความรู้บางอย่างอาจมีเวลาไม่พอ ดังนั้นการศึกษาความรู้จากการสอนผ่านวีดีโอที่ครูได้บันทึกไว้แล้ว รวมทั้งการอ่านหนังสือเพิ่มเติม ปรึกษาเพื่อนหรือครูออนไลน์ สามารถทำได้ล่วงหน้านอกห้องเรียน ส่วนเวลาในห้องเรียน ครูก็สร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับการจัดกิจกรรมที่ออบแบบไว้ เพื่อให้เด็กได้ลงมือปฎิบัติ ครูก็เดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง คอยให้คำแนะนำหลักการที่เข้าใจยาก หรือปัญหาที่เด็กพบ วิธีนี้จะทำให้เด็กเข้าใจความรู้ และเชื่อมโยงในหลักการ มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไม่ง่วงด้วย! ถ้าสอนแบบเดิมตามปกติ ในมุมมองของเด็กนักเรียน อาจตามไม่ทัน ไม่เข้าใจก็ไม่กล้าถาม ครูไม่มีช่องว่างให้ถาม เนื้อหาเยอะอัดแน่นในเวลาที่จำกัด ปรึกษาเพื่อนก็โดนครูดุ เมื่อกลับมาบ้าน ทำการบ้านก็ไม่ได้ เลยต้องลอกเพื่อนตลอด แล้วก็สะสมความไม่เข้าใจตลอดทั้งเทอม ในมุมมองของครู ก็สอนเหมือนปีที่แล้ว อัดอย่างเดียวเวลามีน้อย มองดูเด็กๆ ในห้องเรียน ก็ไม่มีใครสงสัย การบ้านที่ส่งมาก็ทำได้เหมือนกันหมด ตรวจง่ายจัง ใครเก่งไม่เก่ง …

สนุกกับความคิดสร้างสรรค์

ใช้ความคิดสร้างสรรค์ สนุกไปกับจินตนาการ กับเรื่องราวในเว็บไซต์ www.drawastickman.com เมื่อลองเล่นแล้ว ลองดูความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่นที่ Gallery

หลายมุมมองจากการอบรมครูหลักสูตร Scratch เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

จบไปแล้วครับกับการอบรมครูหลักสูตร Scratch เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ประทับใจของครูที่ได้รับการอบรมในครั้งนี้ แม้ว่าจะรู้สึกเครียด ยาก ในวันแรก แต่ก็มีรอยยิ้มกันได้ในวันสุดท้าย ที่สำคัญครูให้การตอบรับดีมาก ต้องการให้ สสวท. จัดหลักสูตรนี้อีก ในแง่การรับรู้และการส่งเสริมการใช้โปรแกรม Scratch ถือว่าประสบความสำเร็จทีเดียว ครูได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากโปรแกรมนี้ ดูได้จากโปรเจกใหญ่ในวันสุดท้าย ที่ครูนำ Scratch ไปสร้างโปรเจกต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ บางกลุ่มก็สร้างสื่อการสอนในวิชาต่างๆ ซึ่งทำให้เห็นว่า ครูสามารถสร้างสื่อการสอนได้เอง อย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย แค่ใช้ความคิดสร้างสรรค์บวกกับเนื้อหาที่ตัวเองสอนอยู่แล้ว คาดว่างานนี้เด็กๆ ไม่น้อยจากทั่วประเทศก็จะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากครูที่ได้รับการอบรมในคราวนี้ ได้เรียนรู้การเขียนโปรแกรม ฝึกคิดแก้ปัญหา แล้วสร้างชิ้นงานที่สร้างสรรค์ และในอนาคต สสวท. จะจัดประกวดแข่งขันผลงานจากนักเรียนในแต่ระดับชั้นด้วย ถึงแม้การอบรมจะจบไปแล้ว แต่งานวิจัยของ สสวท. อาจจะเพิ่งเริ่มต้น งานนี้ต้องตามไปดูการนำโปรแกรม Scratch ไปใช้งานจริงในห้องเรียน แล้วเก็บข้อมูลเพื่อดูว่าการเขียนโปรแกรมด้วย Scratch ได้ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นหรือไม่ งานนี้ไม่ง่ายเลย ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิชาการของ สสวท. สู้ต่อไป การอบรมครั้งนี้มีครูได้รับเลือกมาเพียง 160 จากผู้สมัครกว่า 800 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจในหลักสูตรนี้ …

กลุ่มเฟสบุ๊ค Scratch เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

สำหรับครูหรือผู้สนใจใน Scratch สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ที่กลุ่มในเฟสบุ๊คScratch เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์