Categories
Origami

สัญลักษณ์ที่ใช้ใน Origami

การพับกระดาษบางครั้งก็ซับซ้อนยากจะอธิบาย ดังนั้นจึงเกิดสัญลักษณ์ขึ้นมาเพื่อประกอบคำอธิบายวิธีการพับ ลองมาดูว่าการพับกระดาษเพียงทบเดียว ทำให้เกิดคำนิยามได้ 3 คำตามมาด้วยสัญลักษณ์แทนคำนั้นๆ ถ้ามองว่ากระดาษที่อยู่บนโต๊ะเป็นระนาบ 0 องศา และเรากำลังพับกระดาษจากซ้ายไปขวา
สิ่งที่ได้ตามมาคือ (ดูรูปประกอบ)

  • การพับแบบหุบเขา (valley) คือการพับขึ้นมาทำให้เกิดมุมน้อยกว่า 180 องศา ตรงบริเวณรอยพับจะเห็นสัญลักษณ์เป็นเส้นประ  ––––––––
  • รอยพับ (crease) คือพับแล้วคลี่ออกเหมือนเดิมเพื่อให้เกิดรอยพับ จะแสดงสัญลักษณ์รอยพับเป็นเส้นทึบ _______
  • การพับแบบภูเขา (mountain) คือการพับลงทำให้เกิดมุมมากกว่า 180 องศา ตรงบริเวณรอยพับจะเห็นสัญลักษณ์เป็นขีดสลับกับสองจุด —··—··—··—

ที่มา Robert J. Lang, “Origami design secrets”

Categories
Programming

Python ในห้องเรียน

การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เปิดโอกาสให้กับนักเรียนในการประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนมาในห้องเรียน คิดเป็นระบบ คิดเชิงคำนวณ โดยเฉพาะโจทย์เลข ทำให้เห็นเหตุผลที่จับต้องได้ในการใช้ตัวแปรแทนที่จะใช้ตัวเลขอย่างเดียวในโจทย์คณิตศาสตร์

Python เป็นภาษาที่ใช้ง่ายสำหรับมือใหม่ แต่มีศักยภาพในการเขียนโปรแกรมระดับสูงด้วย Python จึงเหมาะสำหรับใช้ในห้องเรียน ซึ่งมี 2 แบบในการใช้งาน interpreter และ editor แบบแรก interpreter คล้ายกับเครื่องคิดเลขที่ใช้คำนวณโจทย์เลข แล้ว Python จะคำนวณหาคำตอบให้ แบบที่สอง editor ใช้เขียนโปรแกรมของเราเอง คล้ายกับการเพิ่มสูตรเข้าไปในเครื่องคิดเลขเพื่อใช้เฉพาะงาน

คำแนะนำสำหรับครูในการใช้ Python ในห้องเรียนมีดังนี้

  • ให้โจทย์(เลข) และโปรแกรมที่สมบรูณ์แล้วกับนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนวิเคราะห์การทำงานของโปรแกรม
  • เขียนโปรแกรมให้แสดงคำตอบในแต่ละขั้นตอน จากนั้นรันโปรแกรมนี้ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนเห็นและเข้าใจการทำงานเป็นขั้นตอน
  • ทดลองเพิ่มหรือลดตัวแปร เปลี่ยนสูตร ใส่ตัวเลขใหม่เข้าไปในโปรแกรมเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของโปรแกรม หรือดูว่าค่าใหม่มีผลกระทบกับคำตอบอย่างไร
  • ให้นักเรียนทำงานเดี่ยว หรือช่วยกันทำเป็นคู่ ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมที่ยังไม่สมบรูณ์ให้เสร็จ
  • เมื่อนักเรียนคุ้นเคยกับ Python แล้ว ให้เขียนโปรแกรมด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น เพื่อหาคำตอบของคำถามใน(ทุก)หัวข้อที่เรียนในห้องเรียน

อ่านเพิ่มที่นี่

Categories
Scratch

ดอกไม้ในสวนลึกลับ

การวาดดอกไม้ ใช้เทคนิคการวาดกลีบดอกไม้แทน ซึ่งวิธีนี้สามารถกำหนดจำนวนกลีบ สี ขนาดของดอกไม้ให้มีความหลากหลายได้จากกลีบดอกไม่กี่แบบ

ในสคริปต์ของดอกไม้ เริ่มต้นด้วยการซ่อนตัว (hide) รอจนกว่าจะมีสัญญาณให้วาดรูป “draw-flower” โดยที่แต่ละดอกจะเช็คว่าค่าสุ่มจากผีเสื้อ (flower) ใช่ตัวมันหรือเปล่า เช่น ดอกที่ 1 (flower1) ก็จะเช็คว่าตัวแปร flower = 1 หรือไม่ ถ้าใช่มันจะไปยังตำแหน่งของผีเสื้อ (go to butterfly) เลื่อนมาด้านหน้า (go to front) เพื่อวาดรูปทับรูปอื่นก่อนหน้านี้ซึ่งก็คือตัวผีเสื้อและดอกอื่นๆก่อนหน้านี้ เพื่อให้การวาดดอกไม้น่าสนใจมันจะส่งเสียง “Fall1” ประกอบด้วย

ก่อนที่จะวาดดอกไม้ มันจะตั้งค่าสี (color) ความสว่าง (brightness) และขนาด (size) ของดอกไม้ เพื่อให้เกิดความหลากหลายสีสัน ค่าสีมาจาก ตำแหน่ง x ของเมาส์หารด้วย 5 ค่าความสว่างได้จากการสุ่มค่าระหว่าง -25 ถึง 25 ส่วนค่าขนาดค่อนข้างซับซ้อนสักหน่อย โดยนำค่าตำแหน่ง y ของเมาส์ มาบวก 220 แล้วหารด้วย 3 ทำให้ดอกที่อยู่สูงจะใหญ่กว่าดอกที่อยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นบวกกับค่าสุ่มระหว่าง -5 ถึง 5

การวาดดอกไม้ให้ได้หลากหลายนั้น แทนที่จะเพิ่มชุดแต่งกาย (costumes) มากๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ดีเนื่องจากเปลืองพื้นที่การจัดเก็บแล้ว ความหลากหลายก็ยังต่ำอยู่ดีเมื่อเทียบกับวิธีที่ใช้ในโปรเจกนี้ นั้นก็คือการใช้กลีบดอกไม้เพียง 1-2 แบบแล้วเปลี่ยนสี ความสว่าง ขนาด และการจัดเรียงตำแหน่งจากการปั๊ม (stamp) ของกลีบดอกไม้ไปรอบๆเป็นวงกลม เช่นดอก 1 เรียงกลีบดอกไม้ห่างกันทุกๆ 15 องศา โดยปั๊ม 1 ครั้งแล้วก็หมุนตามเข็นนาฬิกาไป 15 องศา จำนวน (360/15) ครั้งได้หนึ่งรอบพอดี สุดท้ายวาดตรงกลางของดอกไม้ด้วยสีเหลือง ก็จะได้ดอกไม้แบบที่ 1 มา 1 ดอก

ดอกไม้อื่นๆ (2-5) ก็จะคล้ายๆกัน เช่นดอก 2 จะต่างตรงที่ใช้เสียง “Beep1” เป็นเสียงประกอบ และมีกลีบอยู่ 2 แบบโดยที่วาดด้วยกลีบแบบแรกเหมือนดอก 1 แล้วก็เปลี่ยนกลีบเป็นแบบที่สองพร้อมทั้งเปลี่ยนขนาดโดยสุ่มค่าระหว่าง 25 ถึง 100 (เป็นกลีบช้้นใน) จากนั้นก็ปั๊มด้วยกลีบที่สองโดยคราวนี้จะหมุนทวนเข็นนาฬิกาทุกๆ 20 องศา จำนวน 360/20 ครั้ง

ดอก 3-5 จะวาดคล้ายกันมากแตกต่างที่กลีบคนละแบบ และองศาที่หมุนต่างกัน นั่นก็คือ ดอก 3 ใช้เสียง “Cowbell1” เป็นเสียงประกอบ และหมุดตามเข็นนาฬิกาทุกๆ 30 องศา จำนวน 360/30 ครั้ง ส่วนดอก 4 ใช้เสียง “Laser1” เป็นเสียงประกอบขณะที่ดอก 5 ใช้เสียง “Gong1” แต่ทั้งดอก 4 กับ ดอก 5 ต่างหมุดตามเข็นนาฬิกาทุกๆ 20 องศา จำนวน 360/20 ครั้ง